ขออภัยที่ห่างหายไปหลายวัน เรไรกลับมาแล้วค่ะ
ใช้คำว่ากลับมาแล้วก็เพราะเมื่อวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ที่ผ่านมา เลียงผาแปรสภาพกลับไปเป็นแพะภูเขาที่โทรมกว่ามาตรฐานตัวเอง แล้วโดดคาบอาจารย์ช.(นามสมมติ)ไปเที่ยวสัมมนากับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ร่วมภาควิชาที่หัวหินมาค่ะ การไปเที่ยวสัมมนาโว้ยครั้งนี้ทำให้เรไรพบว่า การที่คนเราเมาเหล้า มันก็ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ๆอย่างที่เคยคิดแฮะ
(ข้อสำคัญคือได้เรื่องมาเขียนฟิคหนุ่มมหาลัยเพียบเลย เอิ๊กๆ ขอบคุณตัวแสดงทุกคนนะจ๊ะ
)
อนึ่ง เรื่องที่เล่าต่อไปนี้จะมีข้อความลับแทรกอยู่พอสมควร แนะนำให้ใช้สกิลลับในการค้นหานะคะ (แต่มันก็ไม่ได้พาดพิงอะไรใครหรอกนะ 5555+ เพื่อนๆและนักการเมืองอย่ากังวลใจ
) ทุกที่ที่มีข้อความลับ มีจุดสังเกตเน้อ
อ้อ... เตรียมตัวรับภาษาพูดภาษาคุย และภาษาตับอ้อยในบล็อคด้วยนะครับ เพื่อความเร้า
แล้วก็ไม่มีรูปให้ดูนะเคอะ อินี่ไม่อยากโชว์ความบร๊วบของตัวเอง XD
วาล์วที่เลิฟ ถ้าอินี่ลืมเล่าอะไรไป เสริมเขาด้วยนะ 5555+ (วาล์ว - ไม่เอาโว้ยย!!!)
วันศุกร์เช้าเรไรไปถึงคณะตามที่เขานัด แล้วเข้าไปนั่งฟังสัมมนาที่จัดไว้เนื่องจากทริปครั้งนี้อาศัยงบคณะเป็นหลัก เลยต้องมีอะไรวิชาการนิดนึง..
ตามตารางที่ได้รับแจกเขาบอก จะมีสัมมนาตอนก่อนออกเดินทางหนึ่งครั้ง และอีกครั้งตอนวันเสาร์เช้า ซึ่งไอ้สัมมนาอันแรกเรไรไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่นะ (เพราะหัวข้ออันที่สองมันทำให้สติแตกได้มากกว่า 5555
) เป็นเรื่องเกี่ยวกับเพชรบุรีในแง่มุมที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ต่อไปนี้จะย่อว่า IR -> International Relations)
วิทยากรบรรยายประกอบกับการฉายภาพด้วยเครื่องหมุนๆกับแผ่นฟิล์มอันเล็ก(รูปวิทยากรถ่ายเองทั้งหมดค่ะ สุดยอด...)แบบเก่าที่เรไรไม่ได้เห็นอีกเลยตั้งแต่ประถมปลาย (เพราะส่วนใหญ่อาจารย์ใช้เครื่องปิ้ง) อยากจะบอกว่าตอนแรกไอ้เราก็นั่งดูไปจดไป (เพื่อนถามว่า มึงจดเพื่อ? >>> มันเป็นนิสัยจนจะกลายเป็นนิสันแล้วครับเพื่อน) ก็เพลินนะครับ ได้รู้อะไรเพียบเลย (และพี่เมฆคนดีก็โดนไปหลายดอก... น่าสงสารเป็นที่สุด
)
อย่างเช่นเขาวังนี่สร้างขึ้นเพราะหนี้ที่ตระกูลขุนนางมีต่อรัชกาลที่สี่ แล้วก็
ข้อสำคัญคือเมืองเพชรนี่เป็นเมืองที่ไม่เคยถูกทิ้งร้างเลย ช่างมีอะไรมากกว่าที่คิดจริงๆครับ... อูอา...
พอถึงช่วงกลางๆ วิทยากรจะพูดถึงชาติพันธุ์ในเมืองเพชร ก็มีชาวลาวโซ่ง ชาวกะเหรี่ยง (ตรงนี้อินี่เริ่มชะงักเล็กๆครับ) .คุณรุทธิ์คะ... ลูกน้องคุณตามมาทำลายสมองอิฉันอีกแล้วนะคะ
และที่ยิ่งไปกว่านั้น...
'มอญ'ครับ...
.คุณก๊รรรรรรรรร จะตามมารังแกไอ้แพะเหรอค้าาาาาาาาาาา
ในสไลด์เป็นภาพพิธีสืบทอดการเลี้ยงผีครับ (หรือที่เรียกว่า ผีมดผีเมง) ความรู้ใหม่ว่าคนมอญจะต้องเลี้ยงผีสืบต่อกันไปในตระกูลเรื่อยๆ ไม่อย่างนั้นจะโชคร้าย (ถ้าฟังมาผิดก็ขออภัยนะคะ)
. ที่เรไรมันแทบจะขำตายคาห้องประชุมก็คือ สีผ้าโพกหัวค่ะ (เรียกไม่ถูก) คุณกรคะ คุณกรวิกค้าาา อะไรจะชอบสีแดงขนาดน้านนน ขนาดในรูปชุดประจำชาติคุณยังเป็นโสร่งแดง ถึงนี่จะไม่ใช่ก็เถอะ แต่สีมันกระแทกตามากเลยนะคะะะะ
. อา... อิฉันคิดถูกใช่ไหมที่จับคุณไปเรียนนาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์ในมหาลัยอาคเนย์น่ะ... โจงแดงแรงสามเท่าไปเลยค่ะ!
. ว่าแต่คุณนี่ก็เก่งไสยศาสตร์เหมือนกันนะคะเนี่ย?
มีเรื่องที่ทำให้แปลกใจเล็กๆอยู่อย่างหนึ่ง คือเพชรบุรีเป็นเมืองช่าง (ซึ่งอันนี้ก็ยอมรับเลยนะ ช่างทองเมืองเพชรทำงานออกมาสวยมากจริงๆ) วิทยากรคนเมืองเพชรปลูกเรือนไทยอยู่อาศัยได้ทุกคน แต่กลายเป็นว่าคนที่ปลูกเรือนไทยขายมักจะเป็นคนจีนเสียนี่ การไหว้ครูก็เป็นไหว้แบบจีน
อันนี้ฟังแล้วจะขำก็ขำไม่ออก แต่เรไรดีใจนะที่เขายังมีการปลูกเรือนไทยอยู่กัน (ความฝันของอินี่คือมีเรือนไทยอยู่สักหลังค่ะ 55555)
แล้วก็ที่เพชรเนี่ยมีงานปูนปั้นที่การเมื้องงงง การเมืองแหละ ปั้นออกมาสวยมากจริงๆนะ (แต่อินี่ดูแล้วขำก๊าก) แต่ก็แอบมีเรื่องที่ฟังแล้วเศร้านิดๆ คือปศุสัตว์พันธุ์พื้นเมืองไทย (ไก่เอย วัวเอย) นี่ยังอยู่ได้เพราะยังมีงานเทศกาล มีการพนันอยู่สินะ...
จบการสัมมนาก็เอาของไปเก็บบนรถ ซึ่ง... ตอนที่ลากผ่านลานหน้าคณะ จู่ๆหูกระเป๋าลากก็หลุดออกมาทั้งอันเลยแหละ...
ตั้งแต่ตอนนั้น เพื่อนๆก็เลยเห็นเรไรลากกระเป๋าด้วยหูหิ้วแบบทุกลักทุเลไปตลอดสามวันเลยครับ 5555. (อาถรรพ์หรือเปล่าคะ... คุณรุทธิ์หรือคุณกรค้าาาาา)
ทริปคราวนี้เป็นอะไรที่เรไรค่อนข้างขำมากพอสมควร เพราะนั่งรถของทหารเรือ พักในที่ของทหารอากาศ และเชิญทหารบกมาเป็นวิทยากร
...ครบสามเหล่าทัพเลยครับ สุดยอดมากรุ่นพี่ของเลียงผา
(ขาดตำรวจ ไม่งั้นครบหลักสูตรเตรียมทหารเลย 55555)
ไปถึงที่พักริมสนามบินหัวหินเร็วกว่ากำหนดเกือบชั่วโมง เลยมีเวลาชิลล์มากขึ้น ห้องทวินของพวกเราอยู่ชั้นหนึ่ง นอนกันเจ็ดคนค่ะ (จัดที่นอนใหม่กันสนุกสนาน เนอะ...) สภาพโดยรวมของที่พักดีกว่าที่คิดจนน่าตกใจเลยครับ โดยเฉพาะห้องของทางนี้ที่อยู่ติดสระน้ำแบบที่ปีนระเบียงข้ามไปข้ามมาได้เลย แถมด้วยวิวที่มองจากหน้าต่างห้องสวยแบบที่เห็นในรูปที่พักบนคาปรี (Capri Island) เลยนะครับ แค่สีของน้ำกับท้องฟ้ามันไม่สดกระแทกตาเท่าเท่านั้นเอง (ถ้ามีโอกาสจะมาอัพรูปให้ดูนะครับทุกคน แบบว่ายังติดหนี้เรื่องห้องอาหารศาลาไทยอยู่จนบัดนี้เลย 5555+)
. มหาลัยอาคเนย์จัดทริปแบบนี้คงโรแมนติกมากๆเลยครับ ยิ่งตอนกลางคืนมีไฟจากสระเปิดไปทำให้มองเห็นทะเลแบบสลัวมากๆ แต่ฟองคลื่นขาวก็เป็นสิ่งที่แยกผืนน้ำกับผืนทรายออกจากกัน คิดภาพว่านั่งพิงไหล่เงียบๆ ฟังเสียงลมเสียงคลื่นกระทบหากทรายอยู่ด้วยกันสองคนแล้วบรรยากาศมันโรแมนซ์มากๆเลยเนอะ XD
เพื่อนๆต่างคนก็เดินเล่นมั่ง เล่นน้ำมั่ง เล่นไพ่มั่ง ยัดขนมเข้าปากแล้วกลิ้งไปกลิ้งมา ทางอิเรไรก็เวิ่นเว้อไปเรื่อยครับ อ่านหนังสือของอาจารย์ไปได้นิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ตกหลุมวงสลาฟจนงานการไม่เป็นอันทำ (วาล์ว แกดวงดีชะมัดยาดเลยค่ะ...
)
ว่าจะนอนๆ แต่สุดท้ายก็ได้ฤกษ์เปลี่ยนชุดไปกินข้าว 5555 (วันนั้นเองไอ้เรไรก็ค้นพบว่า การเขียนตาให้คนอื่นมันง่ายกว่าเขียนให้ตัวเองจมเลยครับน้องพี่... ขอบคุณสต๊อบที่ยอมเป็นเหยี่อให้อินี่ทดลองนะจ๊ะ...)
วันนั้นกิจกรรมไอซ์เบรกกิ้งสนุกดีนะ เอ็มเปอริโอช่างแรงได้อีก... (อิมิสเม็กซิโก ฉันอุตส่าห์โหวตแก =3=~) รับมุขกับหัวหน้าภาคที่รักและเคารพกันอย่างสนุกสนาน ยอมรับว่าตอนนั่งบางทีก็ง่วงๆ มึนๆ บ่นๆว่าอยากกลับไปนอนมั่งอะไรมั่ง ยิ่งช่วงแบ่งกลุ่มโดยใช้สีแล้วจับเป็นประเทศเพื่อทำกิจกรรมนี่ ยอมรับว่าทางนี้มัวมึนมากครับ
...ว่าแต่ทำไมพอรู้ว่ากลุ่มตัวเองจับได้ฮังการี่(ฟรายปัง) แล้วถึงขำขึ้นมาซะเฉยก็ไม่รู้เนอะ...
. ทำไมไม่มีพม่าฟะ...
ทริปคราวนี้มีรุ่นพี่ญี่ปุ่นที่(เห็นว่า)อยู่ภาคปกครอง(เซมไปคะ... เรียนรู้เรื่องได้ยังไงวะ)มาเที่ยวกันด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นอยู่กลุ่มอิฉัน (ว่าแต่พี่เขาชื่อคาโรนะไม่ใช่เหรอ? ทำไมเขียนเป็นคารุนะหว่า...)
ทำนั่นทำนี่บล่าบล๊าบล่าบล๊า แต่จำได้แม่นที่สุดคือบูมประเทศครับ... พิธีกรก็จัดที่ให้สุมหัวกันแบบไม่แคร์สื่อม้ากมาก... บนเวทีกันเลยเนอะะะะะ
บูมประเทศ(กลุ่ม)ของทางนี้สรุปแล้วได้น้องเตยคนดี กับพี่คาโรนะช่วยคิดให้ เลยออกมาเป็น
ฮังการี่! ฮังการี่!! บูมฮังการี่พร้อม! สาม...สี่!!
เอช-ยู-เอ็น จี-เอ อาร์-วาย-อี้ ฮังการี่!! อี้-อี้-อี้! แม็กย่า!! อ้า-อ้า-อ้า!
สามมม... สี่!!
สวย!!!
(ตรงนี้กรุณานึกภาพประชากรสาวๆในกลุ่มก้าวไปข้างหน้าอย่างมาดมั่นแล้วทำท่าเอามือสะบัดบ๊อบแบบแรดเรียกแม่สิเคอะ...)
. ตรงนี้อยากเห็นน้องเอกโดนเพื่อนทรยศผลักออกมาข้างหน้าชะมัด 5555+
ครับ... งงไหม? ขำไหม? ไอ้เรไรแทบจะลงไปกลิ้งเลยครับ แม็กย่ามันจะอารมณ์ประมาณวัฒนธรรมของทางโน้น ส่วนทำไมท่อนท้ายเป็นสวยนั้น ก็เพราะว่าพี่คาโรนะบอกว่า คนฮังการี่นั้นหน้าตาไม่เหมือนพวกคอเคซอยด์ผมทองตาฟ้า.หรือที่ใครแถวๆนี้แทนด้วยคำว่าลิงเผือกพื้นเพน่าจะมาแต่เอเชีย ก็เลยมีคำกล่าวว่าสาวฮังการี่นั้นงามที่สุดในโลกเชียวนะ!!!(แต่ทางนี้อยากให้คุณผู้ชายอีก 4 คนในกลุ่มมาสวยด้วยกันจริงๆนะ 55555) (เจ๊ฮังงงงงง เจ๊ฮังสุดยอดดดดดดดด)
.แต่นางเอกตัวจริงของเรานี่ ไม่ต้องผสมกับชาติไหนก็งามแท้แลตะลึง.. เนอะ =_,=+
โดนเรียกไปบูมเป็นกลุ่มที่สอง ผ่านไปแบบขำๆมึนๆ แต่ที่อิเรไรลงไปขำจนน้ำตาร่วง (และเพื่อนหาว่าบ้า) ก็คือบูมของกลุ่มที่จับได้อเมริกาครับ...
จำทั้งหมดไม่ได้
แต่คนที่พอจะรู้เรื่องจักรวรรดินิยมอเมริกามาบ้างน่าจะเก็ทนะครับ...
(แล้วคนคิดก็เป็นพี่ที่สนิทกัน เป็นทีเอด้วยกันอีก...
พี่อาร์ทคะ... คิดด๊ายยยยยยยย
)
ขออนุญาตเขียนเป็นคาราโอเกะนะเคอะ
(ทำนองเดียวกับเพลงเต้นสัน อยากกินซูกัส)
ไอม์ USA!
ไอม์ USA!
ไอม์ USA! ไอ๊ แอ่ม เอ๊มพายยยยร์~
อิรัก อิหร่าน โอ่มาน เย้เมนน
ไอ ว้อน ทู เท้ค ออล ออฟ ยัวร์ ออยล์
"ไปตบหัวมัน!!"
. ฟังเพลงแล้วคิดถึงอิอ้วนมาก... โอ้แม่ มันใช่เลยครับ...
ครับพี่น้อง... เลิศไหมล่ะครับบบบบ
(พี่กูววววว พี่กรู๊ววววววววว XD)
ท่อนที่ทำให้ไอ้เลียงผาลงไปขำแทบจะขาดอากาศตายก็คือไอ้ ไอ๊ แอ่ม เอ๊มพายยยยร์ นั่นแหละครับ คุณพระช่วย... บอกไม่ถูกว่าทำไมขำ รู้แต่หัวเราะจนร้องไห้พรากๆเลย โอ๊ยยยย ไม่ไหวแล้วนะะะะะ 5555+ (ใครเห็นของจริงอาจจะลงไปดิ้นแบบเลียงผาทั้งที่ท่ามันไม่ได้ฮาอะไรเลย แต่โอ๊ย... โดนสุดๆไปเลยเจ้าข้าเอ๊ยยยย)
(อาจจะเป็นเพราะอินี่ฟังสัมมนาวิชาการเรื่องนี้บ่อยจนฝังหัว พอใครเอามาเล่นเลยโดนใจถึงขั้นวิกฤตก็ได้กระมังเคอะ
)
ที่โดนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือโคโซโว แหม... ไอ้ตอนทำท่ายิงเสร็จแล้วพวกพี่ๆเพื่อนๆน้องๆผู้..เอ๊ย เพศชายมีการมาทำท่า อิ๊ ใส่นี่มันก็...ไปนิดนะคะ
(อยากรู้มากจริงๆนะว่าใครคิดน่ะ...
)
ของคนอื่นก็ฮา แต่เรไรชอบสุดก็สองอันนี้แหละ.. (โคลัมเบียก็ตรงตัวไปไหมคะ...) หลังจากนั้นก็มีอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะการประกวด "มิส(ไหนกำหนดการมันบอกว่ามีมิสเตอร์ด้วยไงคะหัวหน้าภาค.... = =")ไออาร์" ที่สิบกลุ่...สิบประเทศจะต้องส่งสาว "แท้" ที่คิดว่าแรงออกไปประกวด ทางนี้ก็ส่งน้องเตยคนดีออกไปค่ะ
แต่ที่มันฮากว่านั้นก็คือ... เอ็มเปอริโอบอกว่าให้ส่งอีกสี่สาวที่จะแท้หรือเทียมก็ได้ออกมาเพื่อเป็นเกสต์... คุณพระช่วย แต่ละคนที่ออกไปนี่แรงน้องเสียเมื่อไหร่... (แล้วพี่กรูวก็โดนด้วย... เวเนซุเอล่า = =")
นางงาม(?)ทั้งหลายเก็บตัวพักใหญ่ตอนที่พวกเราพักกินน้ำกินขนม (ขอบคุณสวัสคนสวยนะจ๊ะ XD) แล้วสต๊าฟก็เปิดคลิปมิสยูนิเวิร์สสองพันแปดที่เวียดนาม...
. นึกภาพน้องเวียดกอดอกยิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วมีเขม่นใส่คู่กรณีทั้งหลาย (แล้วก็มีนางงามของเธอเข้ารอบด้วยนะ) แต่ถ้าใส่ชุดเลดี้กาก้าตอนออกมาร้องโป๊กเกอร์เฟสแล้วมันไม่ใช่อะคุณเวียด... =[]='''
. แต่ถ้าเป็นเนียวตะเลียออกมาเดินๆเต้นๆใส่ชุดว่ายน้ำด้วยก็ไม่เลวหรอกนะ อยากเห็นอิวานเนีย XD
...หลังจากงงมานาน อิเลียงผาก็ถึงความสว่างแจ้งในธรรมครับ... ท็อป 15 ของรอบแรกนี่เอง...
แต่...แต่ว่านะ......
ไอ้สรรพเครื่องทรงนั่นมันเรียกว่าชุดว่ายน้ำตรงไหนวะะะะะะะะะะะ!!!!
เวเนซุเอลา(พี่ตู...... = =""") เปิดมาก็เอาเลย... ดอกบัวมาเชียว (คาดว่าคว้าได้ในห้องหลังเวที) คนอื่นๆก็แบบ อูอา... ญี่ปุ่นชาตินิยมน่ะได้ แต่ไม่ต้องเอาธงสีฝ้ายคำมาก็ได้นะคะ... (อินี่กลัวใจค่ะ 55555) มิสฮังของพวกเรากลายเป็นมิสสายไฟประดับคริสต์มาส อิเอ็มก็ใส่วิกถุงน่องดำเดินแบบออกมาอย่างโปร... สวยว้อยยยยยยย (เจ้านายคะ.. แกเป็นมิสโคลัมเบียที่แรงมากกก...) มิสรัสเซียก็ออกมาด้วยสีหน้าตายนิ่งกับไม้กวาดและที่ตักผง...อูอามากๆ...
สรุปแล้วสนุกสนานกลับไปอย่างแบบว่า... มึนๆฮาๆค่ะ
แต่... มันยังไม่จบแค่นั้นน่ะสิ...
กลับมาถึงห้องก็มีการ HBD เพื่อนในกลุ่ม (เต่าทองของ S&P อร่อยมาก โดยเฉพาะไส้ ขา และหัว... << อะไรของมันวะ = =") เรไรแอบเปิดเพลงไทยเดิมเพื่อความสุขใจของตัวเอง(จนเพื่อนหนีไปที่ระเบียงกันหมดเลย 55555 ไม่หลอนนะเว้...) แล้วชีเจ้าของวันเกิด(ย้อนหลัง)ก็...
เปิดนมยี่ห้อสปาย... (ที่วิ่งไปซื้อมาตอนกลางวันสองขวด)
กับโยเกิร์ตยี่ห้อไฮเนเก้น... (ที่วิ่งไปซื้อมาจากมินิมาร์ทในที่พักเช่นกัน)
[อ้อ ทั้งนมและโยเกิร์ตนี่พวกคนที่กินต้องจ่ายกันเองนะครับ ไม่มีโพรไวด์...]
. ทำไมกุเดจาวูน้องเอก... เปิดด้วยสีหน้าดี๊ด๊าปานนั้น...
เพื่อนนางนี้ไม่เคยกินนมหรือโยเกิร์ต(แบบนี้)...
...กินแล้วบอกว่าไม่อร่อย...
ถึงจะยืนยันว่าตัวเองไม่เมาอะไร แต่อาการชีก็เมาครับ...
. เมาแบบหัวเราะไปร้องไห้ไป ตัดพ้อหนุ่มนายหนึ่งไปด้วย อา... ทำไมเห็นภาพน้องเอกเมาแล้วเป็นแบบนี้...มันน่ารักชะมัดเลยนะ ยิ่งไอ้ตอนตัดพ้อเนี่ย ถึงจะอยู่ข้างใน ไม่ได้สังเกตแบบมีส่วนร่วม แต่คาดว่ารายนั้น(หนุ่มแพทย์)คงแบบว่าตัดพ้ออย่าง exaggerated จนวงเหล้าฮาครืน (เนติ์เอ้ย... ไอ้ประโยคนั่นพี่รักมันมากมาย 5555) แล้วสุดท้ายคุณรุทธิ์ (ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่ดื่ม) ก็ต้องมาลากออกไป(ก่อนที่จะโดนขายไปมากกว่านี้) สินะ...
เรไรไม่ได้มีส่วนร่วมจนทั้งหมด เพราะออกไปหามะนาวแต่โรงครัวปิดแล้ว มินิมาร์ทก็ปิดแล้ว (ห้าทุ่มเกินครึ่งแล้วนี่นา) เลยไปนั่งตรงลอบบี้กับพวกพี่ๆที่สั่งพิซซ่ามานั่งกินกัน (ไปขโมยกระเทียมจีนในสปากิน อูอา...)
เม้ากันไปเรื่อยๆ แล้วก็ค่อยๆหายกันไปทีละคนสองคน จนเหลือพี่ปีสี่กับน้องรหัสใครแถวๆนี้อยู่กันสามคน นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยไปพลางสังเกตชีวิตสัตว์โลก (ม. สระ เอา
) ไปด้วย สนุกมากครับ..
ตีหนึ่งเกือบครึ่ง รุ่นพี่สาวก็จากไป ส่วนไอ้เรไรก็นั่งคุยกับน้องเขาต่ออย่างที่ไม่คิดว่าจะถูกคอกันได้ (เริ่มคุยเพราะอินี่งอแง(มาตลอด)ว่าอยากขี่ม้าแท้ๆเลย) น้องช่างเป็นคนที่ประสบการณ์เสี่ยงอย่างที่พี่คิดไม่ถึงเชียวค่ะ...
ที่ขำคือตอนนั่งๆคุยอยู่ เพื่อนที่สุดจะเรียบร้อยและออกจะเจนท์ของข้าพเจ้าเดินผ่านกับกลุ่มเขา ผ่านไปแล้วนะ... แต่ฮีวกกลับมาครับ...
แล้วฮีก็ชี้หน้า
"เฮ่ยย กินเด็กเหรอ กินเด็กเหรอออ"
อิไก่กระดุุ๊กคุกคู...
...กุว่าแล้วว่าต้องฮีเมา...
ขอบคุณพ่อหนุ่มเนื้อหอมของรุ่น(พี่เพศชาย)ที่กรุณาลากฮีขึ้นบันได (แต่ไม่สำเร็จในรอบแรกจนอินี่ต้องสวน.. "กุกินน้องเขาไม่ได้ครับบบบ ไม่เหมือนมึงหรอก กินผู้ชายว่ะสาดดดดด") ถึงจะยังโวยวายไปตลอดทาง...
...น้องเอ้ย.. ขอโทษนะที่พี่เรื้อนและเกรียนต่อหน้า 55555 แล้วก็ไก่กระดุ๊ก... จำไว้เลยนะ (ขอโทษนะเว้ยจ๊ะที่เหวี่ยงคนเมานม 5555555)
กลับมาถึงห้องตอนตีสองสี่สิบห้า (อย่าคิดว่ามันไกลนะครับ... ห้องมันห่างจากลอบบี้เล็กๆแค่สิบเมตรเอง...) เพื่อนผองหลับกันหมด วงนม-โยเกิร์ตรอบสระน้ำก็หายกันเกลี้ยงเลยครับ (ลืมบอกว่าเขาตั้งวงกันทั้งตรงสระน้ำ ตรงศาลาริมทะเล ทั้งในห้องตัวเอง ประการแรกนั่นอินี่มองไปชัดเชียวครับ...)
. จิ้นว่าคุณรุทธิ์นั่งทำนั่นทำนี่อยู่ในห้อง มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นคุณเอกวิ่งไปวงโน้นทีวงนี้ทีแล้วทำท่าอ่อนใจตอนที่เพื่อนๆมาตะกายระเบียงชวนไปกินเหล้า แต่โดนคุณท่านปิดม่านพรึบนี่มาฮาเลยนะครับ 5555
. แล้วก็คงจะรอดูแลคุณเอกที่เมานมกลับมาไม่ว่าจะดึกแค่ไหนใช่ไหมเคอะ...แอร๊ยยยย
สรุปแล้วคนไม่กินเหล้านอนดึกกว่าคนกินอีกนะ... 55555
วันแรกก็ผ่านไปด้วยประการฉะนี้คะรับ ทริปนี้ออกจะชิลล์ ไม่ค่อยมีอะไรให้เหนื่อยมากนัก แต่วันที่สองเนี่ยเป็นอะไรที่ค่อนข้างตับๆพอสมควรครับ
ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟังอีกนะ
สำหรับเอนทรี่นี้ ราตรีสวัสดิ์เค่อะ XD