สวัสดีค่ะ
จริงๆว่าจะอัพตั้งแต่เมื่อวานแล้วพร้อมกับน้องสาวที่รัก แต่มาวันนี้รู้สึกว่าคิดถูกแล้วล่ะที่ไม่ลงไป เพราะฟีลตอนมานั่งเขียนเอนทรี่นี่ต่างกันชัดๆ (หัวเราะ)
ถ้าจะให้อธิบาย ก็ลงเมื่อวานคือนโยบายประกาศสงคราม ส่วนวันนี้ก็คงแค่เรียกทูตกลับล่ะมั้ง (หัวเราะ/ตัวอย่างแบบนี้จะเขาใจกันมั้ยนะ...)
ค่ะ สืบเนื่องจากเมื่อวาน น้องสาวคนดีได้ส่งของอย่างหนึ่งมาให้ดู (จะไม่ขอเอ่ยพาดพิงนะจ๊ะ ไม่ให้เสียความรู้สึกกันในหลายๆฝ่าย)
เอาสั้นๆง่ายๆและซอฟต์ๆ คือเรไรรู้สึกไม่พอใจค่ะ
ไม่พอใจทั้งตัวเองและการกระทำอื่นๆ ไม่ใช่แค่ที่เพิ่งรับรู้ แต่มันสะสมมานานมากแล้วล่ะค่ะ
เอ.. นานเท่าไหร่ก็ตอบไม่ได้เหมือนกันนะ
เนื่องจากความขุ่นข้องและอึดอัดดังกล่าว ทำให้เคยร่างเอื้อง. มานิเฟสโต้(แถลงการณ์เลียงผา) ขึ้นมาหนหนึ่ง แต่พับเก็บไว้เพราะตัวเองก็ห่างๆเรื่องนี้ไป และไม่คิดว่าจะต้องรู้สึกอะไรอีกเพราะงานราษฎร์งานหลวงมันสำคัญเกินกว่าจะต้องมานั่งเก็บเอาใส่ใจ
แต่ตอนนี้ คิดว่าบางที... "เราหยุดเขาไม่ได้ หยุดที่ตัวเองน่าจะดีกว่านะ?"
หลังจากนี้เรไรก็คงปิดหูปิดตา ยุ่งกับสังคมมายาในอินเตอร์เน็ตเครือข่ายนี้น้อยลง (แต่ท่าทางมันจะไปมุ่งกับสมาพันธ์ซะเยอะแทน/หัวเราะก๊าก) แน่นอนว่าจะยังไปมาหาสู่กับเพื่อนๆที่รักของเลียงผาอยู่เสมอ (ถ้าโผล่ไปแถวจุฬาฯแล้วโดนเลียงผากลิ้งแทกเกิ้ลก็อย่าแปลกใจกันนะคะคนดี/เอิ๊กอ๊าก)
เรไรอัตตาสูงค่ะ ถึงจะเป็นออริจินัลคาแร็คเตอร์ก็ยังอดจะรักจะหวงไม่ได้ ยิ่งเห็นคนอื่นเอาไปเขียนไปวาด ไปทำอะไรที่รู้สึกว่าไม่ถูกไม่ควร (ซึ่งก็พอเข้าใจว่าไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินเขาทั้งที่เราเป็นคนนอก แต่ก็อดไม่ได้สักที) เห็นแบบนี้แล้วก็เลยรู้สึกว่าเลิกดีกว่า
ยกตัวอย่างเรื่องการใส่แท็กและเรื่องชื่อ จริงๆเจ้าของชื่อเอกราชเขาก็คิดขึ้นมาเป็นชื่อเรียกที่ใช้เฉพาะกลุ่ม ซึ่งตอนนี้ลามไปไหนต่อไหนแล้ว(ในยาราไนโกะก็มี) เจ้าตัวเองก็บอกว่าไม่สบายใจและไม่ชอบใจที่เป็นแบบนี้ (นั่นคือเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจร่างแถลงการณ์ค่ะ) ซึ่งเรไรก็รู้สึกผิดเพราะตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งแหละที่ทำให้คนอื่นรับรู้ ส่วนชื่ออโนรธา อนิรุทธิ์ และชื่ออื่นๆที่หลังไมค์คงจะได้ยินกันจนหายเวียนหัวนั้น ตอนแรกบอกตรงๆว่าเรไรไม่หวงนะ อยากเอาไปใช้ก็เอาไป เขียนบอกไว้ตั้งแต่ในเมมอร์แล้วด้วย (ไม่เชื่อไปดูสิคะ/หัวเราะ) แต่หลังๆรู้สึกว่าอะไรๆมันชักจะเลยเถิด เอาไปเขียนฟิคยังงั้นมั่ง พยายามจะพลิกแต่ก็ยังเรียกด้วยชื่อนั้นมั่ง อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ
โดยเฉพาะน้องๆบางคนที่เอาตัวละครไปโยงกับสิ่งที่ไม่เหมาะจะนำมาโยงด้วย เช่นว่า 'สถาบัน' อย่างเพลงชาติเป็นต้น ตอนนี้ยิ่งมีแฟนคลับด้วย เอ่อ น้องคะ... นั่นน่ะ มันไม่ดีนะพี่ว่า...
เรไรไม่โทษเสรีภาพของทุกคนนะคะ เพราะเข้าใจว่าแต่ละคนมีวิจารณญาณที่ต่างกัน ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และประสบการณ์ของแต่ละคน แน่นอนว่าเรไรก็เด็กเกเรค่ะ ไม่ได้ดั่งใจก็เลิก (หัวเราะ)
แต่ขอให้เข้าใจกันบ้างว่า คนเราก็มีสิ่งที่แม้จะเป็นแค่มายาที่สร้างขึ้นจากจินตนาการที่อิงพื้นฐานของความเป็นจริงแต่ก็รักและเคารพเช่นเดียวกับคนที่มีตัวตน และมีเส้นบางๆกั้นเพดานระหว่างความรับได้กับรับไม่ได้อยู่ในใจ
และความรู้สึกของเรไรตอนนี้ มันเกินคำว่ารับได้แล้วค่ะ (ชักเริ่มจะเข้าใจเมนสตรีมนิดๆแล้วล่ะมั้งนะ..?)
เพราะฉะนั้น ที่อยากจะบอกในที่นี้คือ ใครก็ตามที่แอดด์บล็อกของเรไรเพียงเพราะต้องการติดตามฟิคชั่นของคู่นี้ กรุณาลบออกไปเถอะค่ะ
ไม่รู้ว่าการออกมาพูดอย่างนี้จะเหมาะสมและมีเหตุผลสักแค่ไหนในความรู้สึกของทุกคน แต่สำหรับเรไร รู้สึกสบายใจในการทำแบบนี้มากกว่าที่จะต้องมานั่งอุทานเป็นสัตว์ปีกและพืชอ้อยยามที่เจออะไรที่ไม่ต้องการ
ขอบคุณสำหรับความรู้สึกที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ แต่มันก็กลายเป็นความทรงจำในชีวิตเรไรไปแล้ว และขอโทษด้วยหากเรไรทำอะไรไม่ถูกวิสัยใคร
ลาก่อนค่ะ
"แด่คุณผู้เป็นที่รัก...
บอกตามตรงว่าฉันรู้สึกแย่ค่ะ ตัวเองช่างแย่เหลือเกินที่ต้องทำแบบนี้ แต่ฉันคิดว่าถ้ามันเป็นไปเพื่อการปกป้องคุณ รักษาเกียรติของคุณผู้ซึ่งสมบูรณ์แบบและงดงามกว่าใครในความรู้สึกของฉัน ฉะนั้น มันจึงเป็นหน้าที่ที่ฉันพึงกระทำ
'ไม่ได้พลัดพรากกันเสียหน่อย อาลัยอาวรณ์ไปได้' คุณพูดอย่างนั้นแล้วก็หัวเราะอย่างล้อเลียน
ขอบคุณที่กรุณายิ้มให้ฉันยามโบกมืออำลา คำปลอบโยนของคุณที่ว่า 'ไม่เป็นไร เรายังเจอกันได้เสมอไม่ใช่หรือ? ไม่ได้หายไปไหนนี่' ยามที่รู้สึกอ้างว้างเหมือนกับว่าเราจะไม่ได้พบกันอีกตลอดกาล ช่วยให้ฉันสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง ขอบคุณคุณเหลือเกินที่ยังคงลูบหัวของฉันอย่างแผ่วเบายามที่ฉันแทบจะร้องไห้ออกมารอมร่อกับเรื่องราวมากมายที่ประดังเข้ามาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
อา... แย่จัง นี่ฉันมาพิรี้พิไรอะไรกันนะ ทั้งที่เวลาก็เหลือน้อยลงไปทุกทีแล้วแท้ๆ
ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณที่ช่วยรับฟังเรื่องของฉัน
ทั้งคุณ... แล้วก็ทุกๆคน...
ในที่สุดแล้ว ฉันอาจจะต้องก้าวเดินไปบนหนทางเหล่านี้ด้วยตัวเองคนเดียว แต่ว่า... ถึงอย่างนั้น ฉันก็มั่นใจว่าจะยังรู้สึกถึงรอยยิ้มและสายตาที่มองตาม เฝ้ามองและย่างก้าวไปพร้อมกับฉัน
รออีกนิดนะคะ... ขอให้ฉันเข้มแข็ง ขอให้ฉันกล้าหาญและมั่นคงมากยิ่งกว่านี้ ฉันจะหันกลับมา และจะยิ้มให้ได้สว่างไสวเหมือนท้องฟ้ากระจ่างแจ้งในยามเหมันต์
พร้อมกับพูดว่า "ฉันรักคุณ... รักพวกคุณมากเหลือเกิน"
ขอให้ฝันดีนะคะ จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง
เด็กน้อยที่พยายามเอื้อมคว้าดวงดาว"