2009/Nov/10

สวัสดีค่ะ

 

จริงๆว่าจะอัพตั้งแต่เมื่อวานแล้วพร้อมกับน้องสาวที่รัก แต่มาวันนี้รู้สึกว่าคิดถูกแล้วล่ะที่ไม่ลงไป เพราะฟีลตอนมานั่งเขียนเอนทรี่นี่ต่างกันชัดๆ (หัวเราะ)

ถ้าจะให้อธิบาย ก็ลงเมื่อวานคือนโยบายประกาศสงคราม ส่วนวันนี้ก็คงแค่เรียกทูตกลับล่ะมั้ง (หัวเราะ/ตัวอย่างแบบนี้จะเขาใจกันมั้ยนะ...)

 

ค่ะ สืบเนื่องจากเมื่อวาน น้องสาวคนดีได้ส่งของอย่างหนึ่งมาให้ดู (จะไม่ขอเอ่ยพาดพิงนะจ๊ะ ไม่ให้เสียความรู้สึกกันในหลายๆฝ่าย)

 

เอาสั้นๆง่ายๆและซอฟต์ๆ คือเรไรรู้สึกไม่พอใจค่ะ

 

ไม่พอใจทั้งตัวเองและการกระทำอื่นๆ ไม่ใช่แค่ที่เพิ่งรับรู้ แต่มันสะสมมานานมากแล้วล่ะค่ะ

 

เอ.. นานเท่าไหร่ก็ตอบไม่ได้เหมือนกันนะ

เนื่องจากความขุ่นข้องและอึดอัดดังกล่าว ทำให้เคยร่างเอื้อง. มานิเฟสโต้(แถลงการณ์เลียงผา) ขึ้นมาหนหนึ่ง แต่พับเก็บไว้เพราะตัวเองก็ห่างๆเรื่องนี้ไป และไม่คิดว่าจะต้องรู้สึกอะไรอีกเพราะงานราษฎร์งานหลวงมันสำคัญเกินกว่าจะต้องมานั่งเก็บเอาใส่ใจ

แต่ตอนนี้ คิดว่าบางที... "เราหยุดเขาไม่ได้ หยุดที่ตัวเองน่าจะดีกว่านะ?" 

 

หลังจากนี้เรไรก็คงปิดหูปิดตา ยุ่งกับสังคมมายาในอินเตอร์เน็ตเครือข่ายนี้น้อยลง (แต่ท่าทางมันจะไปมุ่งกับสมาพันธ์ซะเยอะแทน/หัวเราะก๊าก) แน่นอนว่าจะยังไปมาหาสู่กับเพื่อนๆที่รักของเลียงผาอยู่เสมอ (ถ้าโผล่ไปแถวจุฬาฯแล้วโดนเลียงผากลิ้งแทกเกิ้ลก็อย่าแปลกใจกันนะคะคนดี/เอิ๊กอ๊าก)

เรไรอัตตาสูงค่ะ ถึงจะเป็นออริจินัลคาแร็คเตอร์ก็ยังอดจะรักจะหวงไม่ได้ ยิ่งเห็นคนอื่นเอาไปเขียนไปวาด ไปทำอะไรที่รู้สึกว่าไม่ถูกไม่ควร (ซึ่งก็พอเข้าใจว่าไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินเขาทั้งที่เราเป็นคนนอก แต่ก็อดไม่ได้สักที) เห็นแบบนี้แล้วก็เลยรู้สึกว่าเลิกดีกว่า

 

ยกตัวอย่างเรื่องการใส่แท็กและเรื่องชื่อ จริงๆเจ้าของชื่อเอกราชเขาก็คิดขึ้นมาเป็นชื่อเรียกที่ใช้เฉพาะกลุ่ม ซึ่งตอนนี้ลามไปไหนต่อไหนแล้ว(ในยาราไนโกะก็มี) เจ้าตัวเองก็บอกว่าไม่สบายใจและไม่ชอบใจที่เป็นแบบนี้ (นั่นคือเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจร่างแถลงการณ์ค่ะ) ซึ่งเรไรก็รู้สึกผิดเพราะตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งแหละที่ทำให้คนอื่นรับรู้ ส่วนชื่ออโนรธา อนิรุทธิ์ และชื่ออื่นๆที่หลังไมค์คงจะได้ยินกันจนหายเวียนหัวนั้น ตอนแรกบอกตรงๆว่าเรไรไม่หวงนะ อยากเอาไปใช้ก็เอาไป เขียนบอกไว้ตั้งแต่ในเมมอร์แล้วด้วย (ไม่เชื่อไปดูสิคะ/หัวเราะ) แต่หลังๆรู้สึกว่าอะไรๆมันชักจะเลยเถิด เอาไปเขียนฟิคยังงั้นมั่ง พยายามจะพลิกแต่ก็ยังเรียกด้วยชื่อนั้นมั่ง อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ

 

โดยเฉพาะน้องๆบางคนที่เอาตัวละครไปโยงกับสิ่งที่ไม่เหมาะจะนำมาโยงด้วย เช่นว่า 'สถาบัน' อย่างเพลงชาติเป็นต้น ตอนนี้ยิ่งมีแฟนคลับด้วย เอ่อ น้องคะ... นั่นน่ะ มันไม่ดีนะพี่ว่า...

 

เรไรไม่โทษเสรีภาพของทุกคนนะคะ เพราะเข้าใจว่าแต่ละคนมีวิจารณญาณที่ต่างกัน ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และประสบการณ์ของแต่ละคน แน่นอนว่าเรไรก็เด็กเกเรค่ะ ไม่ได้ดั่งใจก็เลิก (หัวเราะ)

แต่ขอให้เข้าใจกันบ้างว่า คนเราก็มีสิ่งที่แม้จะเป็นแค่มายาที่สร้างขึ้นจากจินตนาการที่อิงพื้นฐานของความเป็นจริงแต่ก็รักและเคารพเช่นเดียวกับคนที่มีตัวตน และมีเส้นบางๆกั้นเพดานระหว่างความรับได้กับรับไม่ได้อยู่ในใจ

 

และความรู้สึกของเรไรตอนนี้ มันเกินคำว่ารับได้แล้วค่ะ (ชักเริ่มจะเข้าใจเมนสตรีมนิดๆแล้วล่ะมั้งนะ..?)

 

เพราะฉะนั้น ที่อยากจะบอกในที่นี้คือ ใครก็ตามที่แอดด์บล็อกของเรไรเพียงเพราะต้องการติดตามฟิคชั่นของคู่นี้ กรุณาลบออกไปเถอะค่ะ

ไม่รู้ว่าการออกมาพูดอย่างนี้จะเหมาะสมและมีเหตุผลสักแค่ไหนในความรู้สึกของทุกคน แต่สำหรับเรไร รู้สึกสบายใจในการทำแบบนี้มากกว่าที่จะต้องมานั่งอุทานเป็นสัตว์ปีกและพืชอ้อยยามที่เจออะไรที่ไม่ต้องการ

 

ขอบคุณสำหรับความรู้สึกที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ แต่มันก็กลายเป็นความทรงจำในชีวิตเรไรไปแล้ว และขอโทษด้วยหากเรไรทำอะไรไม่ถูกวิสัยใคร

 

ลาก่อนค่ะ

 

 

 

 

 

 

"แด่คุณผู้เป็นที่รัก...

 

 บอกตามตรงว่าฉันรู้สึกแย่ค่ะ ตัวเองช่างแย่เหลือเกินที่ต้องทำแบบนี้ แต่ฉันคิดว่าถ้ามันเป็นไปเพื่อการปกป้องคุณ รักษาเกียรติของคุณผู้ซึ่งสมบูรณ์แบบและงดงามกว่าใครในความรู้สึกของฉัน ฉะนั้น มันจึงเป็นหน้าที่ที่ฉันพึงกระทำ

'ไม่ได้พลัดพรากกันเสียหน่อย อาลัยอาวรณ์ไปได้' คุณพูดอย่างนั้นแล้วก็หัวเราะอย่างล้อเลียน 

ขอบคุณที่กรุณายิ้มให้ฉันยามโบกมืออำลา คำปลอบโยนของคุณที่ว่า 'ไม่เป็นไร เรายังเจอกันได้เสมอไม่ใช่หรือ? ไม่ได้หายไปไหนนี่' ยามที่รู้สึกอ้างว้างเหมือนกับว่าเราจะไม่ได้พบกันอีกตลอดกาล ช่วยให้ฉันสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง ขอบคุณคุณเหลือเกินที่ยังคงลูบหัวของฉันอย่างแผ่วเบายามที่ฉันแทบจะร้องไห้ออกมารอมร่อกับเรื่องราวมากมายที่ประดังเข้ามาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว

อา... แย่จัง นี่ฉันมาพิรี้พิไรอะไรกันนะ ทั้งที่เวลาก็เหลือน้อยลงไปทุกทีแล้วแท้ๆ

ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณที่ช่วยรับฟังเรื่องของฉัน

ทั้งคุณ... แล้วก็ทุกๆคน...

 

ในที่สุดแล้ว ฉันอาจจะต้องก้าวเดินไปบนหนทางเหล่านี้ด้วยตัวเองคนเดียว แต่ว่า... ถึงอย่างนั้น ฉันก็มั่นใจว่าจะยังรู้สึกถึงรอยยิ้มและสายตาที่มองตาม เฝ้ามองและย่างก้าวไปพร้อมกับฉัน

รออีกนิดนะคะ... ขอให้ฉันเข้มแข็ง ขอให้ฉันกล้าหาญและมั่นคงมากยิ่งกว่านี้ ฉันจะหันกลับมา และจะยิ้มให้ได้สว่างไสวเหมือนท้องฟ้ากระจ่างแจ้งในยามเหมันต์

พร้อมกับพูดว่า "ฉันรักคุณ... รักพวกคุณมากเหลือเกิน"

 

ขอให้ฝันดีนะคะ จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง

 

เด็กน้อยที่พยายามเอื้อมคว้าดวงดาว"

2009/Oct/09

Warning

 

เสียสติล้วนๆ แบบว่า Y ALERT!!!!!! นะคะ/ยิ้มหวานมือกำหมัด

 

 

 

รับไม่ได้อย่าเข้า(เกรียนใส่จะหาว่าเถื่อนไม่เตือน)

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 ร่างสูงรั้งรอบเอวบางให้เคลื่อนมาอยู่บนตัก ขณะที่โน้มศีรษะลงใช้ริมฝีปากหยอกเย้ากับยอดอกที่บ่งบอกความต้องการของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน เรียกเสียงครางเครือหวานให้ได้ลอบยิ้มอย่างพอใจ

 

"..อา!...อาา......"

 

...น่ารักชะมัด...

 

 

 

 

นางหนึ่ง - แอร๊ยย

 

ต่อออออ

 

นางสอง - (บ้ากะมันสิเอ้า....)

 

นางหนึ่ง - แอร๊ยยย

 

ต่อ/ปริ๊งๆ

 

 

 

"..รุทธิ์...."

 

"หืม? อะไรเหรอ?"

 

"..."

 

"..รุทธิ์... เลิก... ...เลิกแกล้ง...ฉันซะที....."

 

"...เร๊วๆเถอะ......จะไม่ไหว..อยู่แล้ว.....อ๊าา..."

 

"(ยิ้มมุมปาก)...ใจร้อนจังนะเอก"

 

"นี่ยังไม่ถึงครึ่งของรางวัลที่ฉันจะให้นายเลยนะ...."

 

ร่างบางกัดริมฝีปากอย่างขัดใจ ก็รู้อนู่หรอกว่าอีกฝ่ายจงใจจะแกล้งกัน

 

...แต่ว่า... ถ้านานยิ่งกว่านี้ เขาคงต้องขาดใจตายแน่ๆ....

 

 

 

 นางสอง - (ถามก่อน ทอปไม่ทอป?)

 

นางหนึ่ง - ตามใจเลยค่ะ/อุฮิ

 

นางสอง - ฮา

 

นางหนึ่ง - ท็อป!!!

 

นางสอง - ก๊ากกกกก

 

โอเคเค่อะะ

 

 

 

ความอายและอดทนอดกลั้นถูกสลัดทิ้งไป ร่างบางผลักร่างสูงกว่าให้เอนพิงกับหมอนตรงหัวเตียง ดังคาด... รอยยิ้มหน้าหมั่นไส้นั่นวาดบนริมฝีปากบาง

 

 

 

นางหนึ่ง - ฮิๆ

 

น่าหมั่นไส้
 
(รู้สึกคำนี้เหมากับคุณรุทธิ์มากๆค่ะ)

 

นางสอง - (ก๊ากกก ก็เขานิ้มหวานจ๋อยนี่นา....ยิ้มให้คุณเอกน่ะระ)

 

นางหนึ่ง - ฮิๆ

 

 

 

เอกราชชันเรียวขาสั่นระริกขึ้นคร่อมเหนือหน้าตักกว้าง สูดหายใจลึกก่อนจะค่อยทิ้งน้ำหนังตัวลงตามแรงโน้มถ่วงช้าๆ ยังนึกเจ็บใจเพราะรู้อยู้แล้วว่าเข้าทางอีกฝ่ายที่คงตั้งใจให้ตนทำเรื่องน่าอายอย่างนี้ตั้งแต่ต้นแล้ว หากแต่ความปั่นปวนตรงท้องน้อยจนทรมานไปทั่งร่างนั้นย้ำเตือนว่าเขาไม่มีตัวเลือกมากนัก


 

ล้ำแขนแข็งแรงช่วยโอบรั้งประคองบั้นเอวไม่ให้้เสียศููนย์ ฝ่ายคนที่บัดนี้กลายเป็นฝ่ายรุกเสียเองส่งเสียงครางเบาๆเมื่อสัมผัสถึงการล่วงล้ำที่ตนเป็นฝ่ายกระะทำ

 

"..อา... อืออ.. อืมมม..."


ช่องทางคับแน่นทำให้การล่วงล้ำเป็นไปอย่างเชื่องช้าจนเอกราชนึกว่าตนจะขาดใจตายไปเสียก่อน หากแล้วในขณะที่คิดว่ากลืนกินอีกฝ่ายจนหมดสิ้น สะโพกมนก็ถูกกดลงให้สัมผัสจากฝ่ายตรงข้ามล้ำลึกเข้าไปอีก 

 

 

"อ๊า!!......ฮั่ก... อาาาา....!!"

  

ร่างกายทั้งสองสัมผัสกันแนบแน่น รู้สึกถึงตัวตนของกันและกันมากกว่าที่เคย ริมฝีปากอื่มเผยอแยกออกจากกัน ส่งเสียงเครือปนหอบหนักด้วยเพลิงร้อนในกายโหมรุนแรงขึ้นทุกที...

 

"เอก...ไหวมั้ย....?"

 

 

 

นางหนึ่ง - (เพิ่งจะถามมเหรอคร๊ะะะ)

 

(คนดูไม่ไหวแล้วค่ะะะ)
 

นางสอง - (5555555) 

 

 

 

ดวงหน้านวลแดงก่ำเหลือบดวงตาหวานคลอด้วยหยาดน้ำมองใบหน้าคนพูดแล้วพยักเบาๆ ลำแขนนวลตวัดเหนี่ยวรอบคออีกฝ่ายราวกับจะยึดเป็นที่พึ่งพิง ร่างบางรวบรวมกำลังที่มีส่งให้เรียวขาที่อ่อนยวบจากการกระทำของตนเมื่อครู่เกร็งแล้วยกตัวขึ้นสูงจนละม้ายอีกฝ่ายถอนกายออกไปจนเกือบสุด ก่อนจะทิ้งตัวลงอีกครั้ง

 

"อ๊าาา!! อาาา... รุทธิ์......รุทธิ์....!!"

 

"เอก...."

 

เสียงหวานกรีดร้องเรียกชื่อคนรักชื่อคนรักยิ่งปลุกให้ความต้องการที่ก่อตัวอยู่แล้วเพิ่มเป็นเท่าทวี  ฝ่ามือแข็งแรงประคองมิให้การทิ้งน้ำหนักของอีกฝ่ายกระแทกกระทั้นจนเกินไป ในขณะเดียวกันก็ค่อยประสานจังหวะกับเพลงนักที่อีกฝ่ายเป็นผู้บรรเลงให้สม่ำเสมอ


ทุกครั้งที่ทิ้งตัวลงมา ร่างบางจะรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปลาบไปทั่วร่าง ความรู้สึกสุขสม...หากในเวลาเดียวกันก็ทรมานเหมือนกำลังจะฆ่าเขาให้ฆ่าพุ่งสูงขึ้นราวกับเรื์อที่ถูกเกลียวคลื่นซัดโยนให้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หูแว่วเสียงครวญครางระคนกรีดร้องเรียกชื่อใครสักคนดฃังซ้ำแล้วซ้ำเล่า อารมณ์วาบหวามนั้นบอกให้รู้ว่าเขาคงจะพาตัวเองไปยังปลายทางในอีกไม่นาน...

 

"..อาา...อาาา....... อ๊าาา รุทธิ์!.. รุทธิ์!!.. รุทธิ์..ของเอก.....ฮ้า...เอกจะไม่ไหว..แล้ว..อ๊าาา...!!"


 

 

นางหนึ่ง - คนลุ้นก็มิไหวค่ะ/อ๊าย

 

 นางสอง - คนแต่งก็จะตายค่ะะะะะะะะะ 

 

 

 

ปฏิกิริยาที่เกิดจากการกระทำของตนเองนั้นเรียกรอยยิ้มสมความคิดจากดวงหน้าคม จนความคิดที่อยากจะแกล้งชะลอจังหวะให้ช้าลงมีอันต้องพับไป คนรักของตนในเวลาที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตนอย่างไม่พยายามปิดบังกระทั่งเสียงร้องหวานๆนั้นปลุกเลือดหนุ่มในกายให้ยิ่งลุกโชนขึ้นไปอีก นี่อีกฝ่ายจะรู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองนอกจากยั่วยวนแล้ว ยังตอบสนองความต้องการของเขาได้ดีขนาดไหน...

 

“รุทธิ์!... ช่วยเอกด้วย... เอกจะตายแล้ว.. จะขาดใจอยู่แล้ว!”

ถ้อยวิงวอนที่ไม่เคยออกจากปากในยามปกตินั้นได้รับการตอบรับด้วยการเร่งจังหวะดังที่ตนปรารถนา ความแข็งขึงภายในกายเสียดสีกระทบย้ำกับจุดวาบหวามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในอีกชั่วอึดใจ จังหวะเพลงรักก็เริ่มสะดุดลงพร้อมทั้งวงแขนแข็งแรงที่ขยับกอดรัดสองร่างแนบกัน

 

“อ...อ..อา... รุทธิ์... ฮ..อ๊าา...”

 

“เอก..ของฉัน.....!!...”

 

เสี้ยววินาทีที่เมล็ดพันธุ์ร้อนถูกถ่ายเทจากร่างหนึ่งสู่เรือนกายที่รองรับจนเอ่อนองล้นออกมา เพดานรองรับความสุขสมของร่างกายที่เรียกว่าขีดจำกัดก็พังทลายลง ดวงหน้านวลสะบัดขึ้นอย่างสุดกลั้น ท่อนแขนเรียวจิกเหนี่ยวรั้งร่างกายของฝ่ายตรงข้ามราวกับต้องการจะถ่ายทอดความรู้สีกให้รับรู้

 

“ไม่...ไหว..แล้ว..! อ..อ...อ๊ะ-!! ท..ทำอะไร..น่ะรุทธิ์!!?”

 

เสียงร้องอย่างตกใจเมื่อปลายทางที่ตนปรารถนาถูกอีกฝ่ายขัดขวางด้วยปลายนิ้ว เอกราชกัดริมฝีปากข่มกลั้นความอึดอัดทรมานที่ไม่เคยหนักหนาถึงเพียงนี้

 

“อึดอัดเหรอเอก..." ดวงหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้กระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนกระทบใบหู "นั่นสินะ.. คงจะร้อนมาก ดูสิ..ในมือฉันนี่...”

 

“ย..หยุด...”

 

เสียงร้องห้ามไม่เป็นผล

 

“เต้นระริกเชียว... น่ารักจริงๆเลยนะนาย...”

 

“ข...ขี้โกงน..นี่...”

 

คำประท้วงทำได้เพียงเรียกเสียงหัวเราะหึหึจากลำคอคนขี้แกล้ง

 

“ลองขอร้องฉันด้วยเสียงหวานๆของนายดูสิ.... เผื่อว่า...”

 

คนพูดเว้นท้ายประโยคไว้แล้วทดแทนมันด้วยปลายนิ้วที่วาดไล้ไปตามแนวกระดูกสันหลัง จนกระทั่งร่องลึกเบื้องล่าง ร่างที่เป็นฝ่ายทาบทับสั่นสะท้านด้วยรู้ความหมายนั้นดี

 

“รุทธิ์..ด..ได้โปรด... ช่วยฉันท..ที..”

 

“หืม... ว่าไงครับคนดี? จะให้รุทธิ์คนนี้ช่วยอะไรเหรอ?”

 

“ปล...ปล่อยฉัน..เถอะ...ขอ..ร้อง....”

 

“ปล่อยเหรอ.. ปล่อยอะไรล่ะครับ?”

 

รอยยิ้มกับถ้อยคำไม่รู้สึกรู้สานั้นยิ่งถ่วงเวลาให้ร่างแบบบางหลุดเสียงครางเจือสะอื้น สะโพกเนียนบิดเร่าราวพยายามหาทางลดทอนความอึดอัดจนปวดหนึบเมื่อไม่ได้รับการปลดปล่อยดังปรารถนา

 

“..อึก..รุทธิ์..แฮ่ก...”

 

น้ำเสียงอ่อนหวิวที่ถูกเค้นออกมาอย่างยากเย็นเรียกให้ริมฝีปากบางวาดยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด "ครับเอก?”

 

“ได้...ได้โปรดเถอะ... ห..ให้ฉัน...”

 

“หืม?...”

 

“ท..ทำให้เอก...มีความสุขที..." ถ้อยคำน่าอายเจือเสียงสะอื้นเล็ดรอดออกมาจากเรียวปากบาง ดวงหน้านวลแดงก่ำ "ปล่อยมือ..เถอะนะ... อึดอัด..ไปหมดแล้ว....รุทธิ์..ฮึก...”

 

“อย่า...อย่าทรมานเอก..อีกเลย...”

 

ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าบ่งชัดว่าเจ้าตัวไม่อาจทานทนได้อีกแล้ว คำวิงวอนน่าสงสารนั้นทำให้คนชอบแกล้งใจอ่อนยวบ ร่างสูงกว่ารั้งดวงหน้าคนตัวเล็กบางเข้ามาจูบปลอบโยน

 

“เอกคนดีของฉัน... น่ารักมาก...”

 

“อ..รุทธิ์....”

 

“ไม่แกล้งแล้วนะครับ... ถ้าเอกขอถึงขนาดนี้ รุทธิ์จะใจร้ายไม่ให้เอกได้ยังไง...”

 

“อ๊า! อ๊าา!!..."

 

เสียงครวญระงมเมื่อแรงกดค่อยคลายลง ขณะเดียวกันแรงผลักดันข้างในกายเรียกร้องความเป็นอิสระจนเขาแทบลืมหายใจ

 

“...เรียกรุทธิ์ว่าที่รักหน่อยสิครับคนดี...”

 

"อ..ที่รัก! ที่รัก!!..อ..อ...อ๊าาาาาา!!.....!!!”

 

สายธารที่ถูกบังคับให้อัดอยู่ภายในกายร้อนเร่าได้รับการปลดปล่อย ของเหลวร้อนฉีดพุ่งออกจากร่างเล็กบางที่ส่งเสียงร้องอย่างสุขสมกว่าครั้งไหนๆเมื่อคลื่นอารมณ์โถมเข้าซัดร่างของเขาจนสะท้าน ดวงหน้านวลสะบัดไปมาขณะกอดก่ายร่างของอีกฝ่ายเป็นที่ยึดเหนี่ยว ร่างกายเบื้องบนเปรอะด้วยหลักฐานน่าอายที่แม้จะอ่อนกำลังลงแล้วหากยังไหลไม่หยุด เลอะไปถึงดวงหน้า ภาพดังกล่าวสร้างความพึงพอใจให้แก่ฝ่ายที่ถูกทาบทับเสียยิ่งนักจนอดไม่ได้ที่จะช่วยใช้มือรูดรั้งเบาๆ ส่งผลให้เกิดเสียงหวานร้องครางไม่เป็นภาษาอย่างที่ชอบฟังหลุดออกมา

 

“..ออกมาเยอะมากเลยนะ... เอก...”

 

“อา..อ๊า....ฮ...อื๊มมม....”

 

“ดูสิเอก... เลอะไปหมดเลย...”

 

“..ฮ้า..แฮ่ก.. ฮ้า...อ...”

 

“ลามกเหมือนกันนะเอกเนี่ย...”

 

คนพูดกลั้นยิ้มเมื่อดวงหน้าที่ยังค้างจากพายุอารมณ์เมื่อครู่พยายามที่จะจ้องหน้าตนอย่างเข่นเขี้ยว หากดวงตาฉ่ำหวานนั้นสื่ออะไรไม่ได้มากไปกว่าความหฤหรรษ์ลึกล้ำที่ได้รับ

 

ร่างแบบบางเอนซบกับร่างของฝ่ายตรงข้ามอย่างหมดแรง เกลือกใบหน้าลงกับไหล่กว้างด้วยสภาพของตนตอนนี้มันน่าอับอายเกินกว่าจะรับไหว มือแข็งแรงค่อยลูบศีรษะปลอบโยนก่อนจะดันให้ดวงหน้าแดงก่ำนั้นเงยขึ้นรับการประทับจูบที่ริมฝีปากอิ่ม

 

“รู้สึกยังไงบ้าง?...” คำถามห่วงใยจริงๆ แต่การตอบรับกลับเป็นอาการค้อนเสียได้

 

“..แฮ่ก..นาย..แกล้งฉัน...”

 

"ก็เอกน่ารักออกขนาดนี้...” คำกล่าวโทษไม่ได้ทำให้จำเลยรู้สึกผิดสักนิด "ว่าแต่ยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะ...”

 

“จ..จะให้ตอบอะไรล่ะ!...” แค่นี้เขาก็อายจะแย่อยู่แล้ว จะต้องให้พูดอะไรอีก!...

 

“อย่ารวนสิเอก...” ดวงหน้านวลที่เบือนหนีถูกดึงเบาๆให้หันมาสบดวงตาคมในระยะประชิด ชวนให้ร่างกายละลายเอาดื้อๆ "ฉันถามดีๆเองนะ ไม่ชอบเหรอ...”

 

“ช..ชอบอะไรของนาย......อ..!!?”

 

“หืม?...” คิ้วเรียวเลิกสูงเมื่อเห็นอาการชะงักค้างของร่างตรงหน้า นัยน์ตาสีเหล็กเหลือบลงมองเบื้องล่างก่อนจะยิ้มมุมปาก ส่งผลให้เจ้าของร่างต้องรีบดันหน้าอีกฝ่ายให้เงยขึ้นอย่างร้อนรน

 

“ย..อย่ามองนะ!...”

 

“ไม่มองก็ได้...” รับคำอย่างว่าง่ายมันก็ดีอยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่าไอ้การรับคำนั่นมันมาพร้อมกับลมหายใจร้อนทำให้รู้สึกหวิวๆที่ลำคอ ปลุกให้ความรู้สึกประหลาดก่อนหน้านั้นก่อตัวขึ้นชัดเจนอีกครั้ง

 

“อ...อ๊ะ!.." ร่างแบบบางสะท้านเมื่อปลายลิ้นร้อนเลียคราบเลอะตรงกลางอก

 

“รู้สึกอีกแล้วเหรอเอก...”

 

“อ..อ๊ะ...รุทธิ์...อา...ฮ.....”

 

แม้ไม่ต้องมีคำตอบ หากสีหน้าของอีกฝ่ายก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดี รอยยิ้มจุดที่มุมปากของร่างสูง

 

...ท่าทางจะยังไม่หมดฤทธิ์ง่ายๆล่ะมั้ง...

 

“อยากให้ฉันช่วยหรือเปล่าล่ะ?...”

 

ดวงหน้าแดงร้อนผ่าวซุกเข้ากับลำคอ หากบดเบียดสะโพกที่ภายในยังเชื่อมต่อเข้าหาแทนคำตอบ

 

“ก็ได้ครับที่รัก...”

 

...สงสัยคราวหน้าคงต้องปรามๆเวลากินบ้างแล้วสิ



“แต่ถ้าพรุ่งนี้ลุกไปเล่นน้ำไม่ไหวล่ะก็ โทษรุทธิ์ไม่ได้นะครับเอก....”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

/วิ่ง 

2009/Sep/27

งานยังไม่เสร็จเลยล่ะค่ะ...

 

อูอา....

 

แต่ว่า ไหนๆก็ไหนๆเนอะ

 

เพ้อไปแล้วก็แอบแปะไว้กันลืม(+สร้างหนี้ให้ตัวเอง)สักหน่อยแล้วกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

"เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ... เจ้านะ"

 

 

เปลี่ยนงั้นเหรอ..

 

 

นั่นน่ะ มันคำพูดของทางนี้ต่างหาก

 

 

มองกี่ครั้งก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่ดี.. ผู้ชายตัวสูงในชุดเครื่องแบบทหารอย่างตะวันตกตรงหน้าคือคนเดียวกับศัตรูตลอดกาลของเขา

 

 

..หรืออย่างน้อยก็เคยเป็น

 

 

"อนิ..รุทธิ์..."

 

 

เจ้าของชื่อที่เพี้ยนไปสนิทเพียงยกมุมปากเป็นรอยยิ้มเล็กๆ ยิ่งมองเอกราชก็ยิ่งมั่นใจ

 

 

ใช่...อย่างแน่นอน

 

 

"ให้ตายเถิด... ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานถึงขนาดนี้ เจ้าก็ยังเรียกชื่อเราไม่ถูกอยู่ดีสินะ"

 

 

วาจาทอดถอนอย่างดูก็รู้ว่าแกล้งทำนั้นเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับผู้มองยิ่งนัก เนื่องด้วยตลอดเวลาที่เคยพบหน้ากัน ฝ่ายนั้นแทบจะไม่มีอาการล้อเล่นอย่างที่เห็นอยู่นี่สักครั้ง 

 

 

ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะจับความประหลาดใจของเขาได้ มุมปากจึงค่อยแย้มมากขึ้นอีกนิด

 

 

"ิอันใด? หรือคิดว่านี่มิใช่ตัวเรา?"

 

 

"ก็คิดอยู่.." เอกราชยอมรับ "ปกติท่านเคยพูดเล่นอย่างนี้เสียเมื่อไหร่"

  

คำตอบก่อให้เกิดเสียงหัวเราะ "ก็เพลานั้นเรารบกันมิใช่หรือ.. จักให้เราเย้าเจ้ามันก็ใช่ที่ ว่าแต่เจ้าเถิด.." สีหน้าผู้พูดค่อยเรียบนิ่งเป็นปกติ น้ำเสียงจริงจังขึ้น

 

"อยู่ดีอยู่หรือ.. โยเดีย?"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Continue? 

 

me วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว 55555+

 

ให้เดาว่าพีเรียดไหนค่ะ... ใครเดาถูก.... 

ให้อะไรดีน้อ...  

 

ให้รีเควสแดร๊บเบิ้ลคราวหน้าดีมั้ยนะ...

 

 ยังจะสร้างหนี้ให้ตัวเองไปถึงไหนคะคุณมึง...

 

ไว้คิดก่อนละกัน 55555

 

 

จนกว่าจะพบกันคราวหน้านะคะ ^ ^

 

สำหรับคืนนี้ สวัสดีค่ะ... 

2009/Sep/24

หนีความจริงชั่ววูบ ก่อนไปปั่นวิชาตรีมูรติ(ที่ตอนนี้เป็นภาคของทวิเทพ)ต่อ...

 

ใครว่ารัฐศาสตร์เรียนไม่โหดร้าย มาต่อยกับเรไรเถอะครับ... =A=!!

 

Tag 01

กติกา  

มีคำถาม 2 ชุด ให้คุณตอบคำถามชุดที่ 1 ก่อน โดยที่.... 
ห้าม! เลื่อนลงไปดูคำถามชุดที่ 2 
จนกว่าจะตอบคำถามชุดที่ 1 ครบทุกข้อ 
และ ขอให้ตอบตามความเป็นจริงทุกประการ! 

 

คำถามชุดที่ 1
  
1. วันนี้วันที่เท่าไหร่? (เอาแต่วันที่อย่างเดียว เดือนไม่เอา) 
-  24

  
2. เวลาเห็นคะแนนสอบของตัวเองแล้วคุณรู้สึกยังไง?  

- ยังไม่เห็นเล้ย...

 

3. คุณมีเพื่อนกี่คน?

- ไม่ทราบ //เอิ๊กอ๊าก

 

4. วันนี้ว่างจัง คุณจะทำอะไรดี?

-ทำเด๊ดมอดศอก (DEV MOD SOC) ไงครับ... (ยังไม่เสร็จเลยตับอ้อยเอ๊ย..)

 

5. ถ้าพรุ่งนี้โลกจะแตกแล้วทุกคนตายหมด วันนี้คุณจะทำอะไร? 

- เขียนฟิคเซ่นป้อมเป็นการอำลา... (+ทวงโดใครบางครแถวๆนี้)

 

6. คุณชอบสีอะไรมากที่สุด?

-  ดำ เงิน ม่วงลึกๆ เท่ดีนะ XD//ถ้าแดงแซมดำก็ชอบ


7. ตอนนี้กี่โมงแล้ว?

- หกโมงเย็นกว่าๆ

 

8. ตอนนี้ในกระเป๋าตังค์คุณมีเงินอยู่เท่าไหร่? (หยิบขึ้นมานับเดี๋ยวนี้!) 

- 120 กว่าบาท 50 ปอนด์ และ 400 เยน...

 

9. คุณชอบไปเที่ยวที่ไหน?

- ตอนนี้ชอบไปห้องอาจารย์... (นั่นเรียกเที่ยวเรอะ...)

 

10. ของราคาเกิน 100 บาทชิ้นล่าสุดที่คุณซื้อคือ?

- ทาร์ตองุ่นของร้านประพักตร์ ตรงข้ามบองมาเช่... (ซื้อมาตอนกลางวัน และกินเสร็จไปแล้วตะกี๊...)

 

11. มีผู้ชายแต่งตัวสกปรกเดินมาหาคุณบอกว่าเขาทำกระเป๋าตังค์หาย
ขอเงินค่ารถกลับบ้านหน่อยได้มั้ย คุณจะทำยังไงดี?

- ขอดูสถานภาพตัวเองและสิ่งแวดล้อมก่อนนะ..

 

12. ถ้าคุณเห็นคนแปลกหน้าโดนชนแล้วหนีนอนเลือดท่วมอยู่บนถนน คุณจะทำยังไง?

- โทรหาตำรวจไปพลางดีใจที่เห็นเลือดสดๆ... (บ้า)

 

13. ถ้าวันนึงคุณตื่นเช้ามาพบว่าตัวเองมีหูแมวงอกขึ้นมาบนหัว คุณจะตะโกนว่า?

- คุณพระ!!


14. เขียนประโยคภาษาอังกฤษ 1 ประโยคที่มีมากกว่า 3 คำ 

- THIS IS DUE TO MODERNITY, GLOBALIZATION AND IMPORTANTLY, CAPITALISM!!

 

15. เพื่อนสนิทของคุณเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?

- ไม่รู้... (เด็กคณะนี้เพศสภาวะไม่ค่อยตรงกับเพศวิถีร้อก..)

 

16. คำพูดสั้น ๆ ที่อธิบายความเป็นตัวคุณ

- ตูเปล่าเป็นคริติคอล...นะคะ

 

ก่อนจะเริ่มทำคำถามชุดที่ 2 ขอให้อ่านกติกาใหม่ให้เข้าใจก่อนนะ! 
ในคำถามชุดที่ 2 แต่ละข้อจะมีตัวเลขในวงเล็บกำกับอยู่ท้ายคำถามสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ 
"ก็อปปี้คำตอบจากคำถามชุดที่ 1ในข้อดังกล่าวมาใส่แทนคำตอบของข้อนั้น ๆ" 
พูดง่าย ๆ คือ...คำตอบข้อคำถามทั้งสองชุดจะเหมือนกันหมดเพียงแต่สลับข้อเท่านั้นไม่ยากเกินไปใช่มั้ย? 
แค่นี้แหละ...(แล้วคุณจะได้รู้จักตัวเองมากขึ้น!) 

 

คำถามชุดที่ 2 

   
1. แฟนคุณขอคุณแต่งงาน คุณจะบอกกับเขาว่า?(13)

- คุณพระ!!

(อะร้ายยยยยยยยย!!)

 

2. คุณจะแต่งงานตอนอายุเท่าไหร่?(1)
-  24 (จะดีเรอะ...)


3. คุณจะแต่งงานกับผู้หญิงหรือผู้ชายดี?(15)
- ไม่รู้... (ไม่รู้ไม่แต่งได้มั้ย....)



4. วันแต่งงานคุณจะใส่ชุดแต่งงานสีอะไร?(6)

 - ดำ เงิน ม่วงลึกๆ เท่ดีนะ XD//ถ้าแดงแซมดำก็ชอบ

(คุณกูจะเป็นเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าววะครับนั่น...//โทนเอ็งมาอย่างโกธิค..)



5. ในวันแต่งงานคุณจะเซอร์ไพรซ์เจ้าบ่าว/เจ้าสาวของคุณยังไง?(4)
- ทำเด๊ดมอดศอก (DEV MOD SOC) ไงครับ..
(เอ่อ... อินี่คงไม่ต้องแก้เอฟจนวันแต่งงานใช่ไหมครับ...)



6. คุณจะปลูกเรือนหอไว้ที่ไหนดี?(9) 

- ตอนนี้ชอบไปห้องอาจารย์...

(ตกลงกรูจะต้องนอนคณะวันแต่งเหรอครับ!!//เบียดเบียนห้องอาจารย์ด้วยวุ้ย...)

  
7. งานแต่งของคุณจะเริ่มพิธีกี่โมง?(7)
- หกโมงเย็นกว่าๆ

(อุ๊ย โรแมนซ์)



8. คุณตั้งใจจะมีลูกสักกี่คน?(3)

- ไม่ทราบ //เอิ๊กอ๊าก

(.......หัวเราะทำไมฟะ??) 

 

9. คุณจะตายตอนอายุเท่าไหร่?(8)

-120 กว่าบาท 50 ปอนด์ และ 400 เยน...

(มันแปลว่าตูจะตายหลายครั้ง หรือศพถูกแยกชิ้นส่วนขายวะ...)

 

10. วิธีออกกำลังกายรักษาสุขภาพที่คุณชอบทำคือ?(5)
- เขียนฟิคเซ่นป้อมเป็นการอำลา...

(นั่นออกกำลังกายต่อมจิ้นเรอะ!!!)

 

11. แม่คุณถามว่าเดือนนี้เงินพอใช้รึเปล่า คุณจะตอบว่า?(16) 

- ตูเปล่าเป็นคริติคอล...นะคะ

(ตับ.... คริติคอลดาเมจเหรอครับคุณกู...)


12. คุณจะซื้ออะไรให้พ่อคุณในวันเกิด?(10)
- ทาร์ตองุ่นของร้านประพักตร์ ตรงข้ามบองมาเช่...

(กร๊ากกกกกก อร่อยนะเอ้า!!!)



13. ถ้ามีชาวต่างชาติมาถามทาง คุณจะพูดกับเขาว่า?(14) 
- THIS IS DUE TO MODERNITY, GLOBALIZATION AND IMPORTANTLY, CAPITALISM!!
(แล้วนาทีต่อมา ไอ้เลียงผาก็จะโดนตำรวจหิ้วไปโยนไว้ ณ ศรีธัญญา...)


14. เพื่อนคุณเมาหลับคาสะพานลอย คุณจะทำยังไง?(12) 
- โทรหาตำรวจไปพลางดีใจที่เห็นเลือดสดๆ... (บ้า)

(...เอาเช้าจริงคงโทรเรียกหน่วยเก็บศพล่ะฟะ...)


15. อยู่ดี ๆ แองเจลิน่า โจลี่ก็ขับรถมาหาคุณแล้วบอกว่าจริงๆ  คุณเป็นญาติห่างๆกับเธอ คุณจะทำยังไง?(11)

- ขอดูสถานภาพตัวเองและสิ่งแวดล้อมก่อนนะ..

(จะดูอะไรวะครับนั่น......)


16. ถ้าดาราที่คุณชอบมากดกริ่งหน้าบ้านคุณคุณจะเปิดประตูออกไป
แล้วบอกกับเขาว่า?(2)

 - ยังไม่เห็นเล้ย...

(กรูไม่เห็นอะไรวะครับนั่น!!)

 

สนุกสนานเฮฮาพอเป็นกระษัย

 

ขอกลับไปทุกข์ระทมกับข้อสอบต่อล่ะเน้อ... 

 

ป.ล. สอบเสร็จจะทำอะไรมีสาระมั่งแล้วล่ะ...